ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)
บริษัท เยอรมัน ออโต้ จำกัด (“เรา”) ใช้อุปกรณ์กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในการเฝ้าดูแลพื้นที่ภายในและรอบ ๆ อาคาร และสถานที่ เพื่อคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สิน เราเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน กรรมการ ผู้รับจ้าง ลูกจ้าง ผู้มาเยือน หรือบุคคลใด ๆ ทั้งหมดที่เข้ามาในพื้นที่ที่มีการเฝ้าดูแลภายในอาคารและสถานที่ผ่านกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (เรียกรวมกันว่า “คุณ”)
เราจึงได้จัดให้มีประกาศความเป็นส่วนตัวเพื่อแจ้งให้คุณทราบเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติของเราในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ที่คุณจะได้รับความคุ้มครองในส่วนของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ได้กำหนดไว้
1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวม
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาโดยที่ข้อมูลนั้นสามารถระบุตัวบุคคลได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
เราเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากคุณผ่านกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เมื่อคุณเข้าสู่พื้นที่ที่มีการดูแลด้านหน้าของทางเข้าและภายนอกพื้นที่อาคารของเรา ซึ่งมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพสิ่งของ (เช่น กระเป๋า แล็ปท็อป)
2. ความจำเป็นในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่เรามีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเพื่อเข้าสัญญา เพื่อปฏิบัติตามสัญญา หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หากคุณไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นแก่เรา เราอาจจะไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของคุณได้
เราจะติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในที่ที่เห็นได้ง่าย ด้านหน้าของทางเข้าและภายนอกพื้นที่อาคารของงเรา พื้นที่ที่เราจะไม่ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดได้แก่ บริเวณภายในอาคารและพื้นที่ส่วนตัว เช่น ห้องน้ำ โดยเราจะติดตั้งป้ายที่จุดทางเข้าและทางออก และในพื้นที่ที่มีการสอดส่องดูแลโดยกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อให้คุณทราบว่าในบริเวณนั้นมีกล้องโทรทัศน์วงจรปิด
3. ฐานทางกฎหมายและวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
เราประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณ ภายใต้ฐานทางกฎหมายที่กฎหมายอนุญาตเท่านั้น เช่น การป้องกันอันตรายต่อชีวิตหรือสุขภาพ ประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย การจัดการสิทธิเรียกร้อง เป็นต้น ทั้งนี้ กรณีไม่สามารถใช้ฐานอื่นได้ เราจะขอความยินยอมจากท่าน
เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
3.1 เพื่อรักษาประโยชน์อันจำเป็นต่อชีวิต เช่น การป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
3.2 เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น การรักษาความปลอดภัยของเรา พนักงาน ผู้มาติดต่อ รวมถึงทรัพย์สินของคุณ อาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของเราและกระทำการอื่นใด การระงับข้อพิพาท การป้องกันอาชญากรรม
3.3 เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น การปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจ
3.4 เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ เช่น การจัดการเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของเรา ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ คดีทางแพ่ง คดีอาญา และคดีแรงงาน
4. บุคคลที่เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้
เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่ผู้อื่นตามที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้ ดังต่อไปนี้
4.1 หน่วยงานรัฐ เช่น กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ศาล
4.2 พันธมิตรทางธุรกิจ เช่น บริษัทในเครือกิจการ กลุ่มบริษัท BMW สถาบันการเงิน บริษัทด้านประกัน พันธมิตรทางธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง
4.3 ผู้ให้บริการ โดยเราอาจใช้บริการบริษัท ตัวแทน หรือผู้รับจ้างอื่นเพื่อให้บริการต่าง ๆ แทนเราหรือเพื่อช่วยในการบริหารจัดการทางธุรกิจ เช่น ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินและระบบการชำระเงิน ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์และสำรวจตลาด ผู้ให้บริการด้านการตลาด สื่อโฆษณา ผู้ให้บริการด้านแคมเปญและงานกิจกรรม ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร ผู้ให้บริการด้านธุรการจากภายนอก ผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บข้อมูลและบริการคลาวด์ ผู้ให้บริการด้านการพิมพ์ ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม
4.4 บุคคลภายนอกอื่น ๆ เช่น ที่ปรึกษาทางธุรกิจ ผู้ตรวจสอบบัญชี ที่ปรึกษากฎหมาย บุคคลที่คุณร้องขอให้เปิดเผย (เช่น สถาบันการเงิน นายจ้างใหม่) ผู้รับโอนสิทธิหรือหนี้ สมาคม องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร
5. ระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ โดยปกติจะมีการบันทึกทับทุก ๆ 90 วัน แต่เราอาจจะเก็บรักษานานกว่านั้น หากมีวัตถุประสงค์ที่จำเป็นอยู่ เก็บไว้จกว่าคดีข้อพิพาทจะถึงที่สุด
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีการดำเนินการทางศาลหรือทางวินัย ข้อมูลของคุณจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดอาจถูกเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว เช่น เก็บไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด เป็นต้น
6. สิทธิของคุณในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
คุณมีสิทธิในการดำเนินการภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเราอาจขอให้คุณยืนยันตัวตนก่อนที่จะปฏิบัติตามคำขอของคุณ
6.1 สิทธิขอถอนความยินยอม (right to withdraw consent) คุณมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดเวลาในกิจกรรมที่คุณได้ให้ความยินยอมกับเราไว้ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
6.2 สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล (right to access) คุณมีสิทธิขอเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณที่อยู่ในความรับผิดชอบของเราให้แก่คุณ รวมถึงขอให้เราเปิดเผยว่าเราได้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณมาได้อย่างไร ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
6.3 สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล (right to data portability) คุณมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่เราจัดทำไว้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และสามารถใช้หรือเปิดเผยได้ด้วยวิธีอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้เราโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติและมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เราโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
6.4 สิทธิคัดค้าน (right to object) คุณมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
6.5 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล (right to erasure) คุณมีสิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
6.6 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล (right to restriction of processing) คุณมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
6.7 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล (right to rectification) คุณมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
6.8 สิทธิร้องเรียน (right to lodge a complaint) คุณมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) หากคุณเชื่อว่าเราฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
คุณสามารถใช้สิทธิของคุณในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นได้ โดยติดต่อมาที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเราตามรายละเอียดท้ายเอกสารนี้ เราอาจจะปฏิเสธคำร้องของคุณเฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น เช่น มีคำสั่งศาลห้าม เป็นต้น และเราจะแจ้งผลการดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ หากเราปฏิเสธคำขอ เราจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้คุณทราบ
7. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตามหลักการรักษาความลับ (confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (availability) ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผย โดยเราจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้
8. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
เราอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่กลุ่มบริษัท BMW บุคคลภายนอก หรือเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่นอกประเทศไทย โดยเราจะปฏิบัติตามขั้นตอนตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) กำหนด และดำเนินมาตรการเพื่อให้การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณมีความปลอดภัย และเพื่อให้แน่ใจว่าฝ่ายรับข้อมูลมีมาตรฐานการคุ้มครองที่เหมาะสม หรือข้อยกเว้นอื่น ๆ ที่กฎหมายอนุญาต
9. การติดต่อเรา
หากคุณมีข้อเสนอแนะหรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการขอใช้สิทธิตามประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ คุณสามารถติดต่อเราหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเราได้ ดังนี้
บริษัท เยอรมัน ออโต้ จำกัด
441 ถนนเทพรัตน แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer)
อีเมล : dpo@bmw-germanauto.com
10. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว
เราอาจแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัวนี้เป็นครั้งคราว ในกรณีที่แนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเราเปลี่ยนแปลงเนื่องจากเหตุผลหลายประการ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย เป็นต้น โดยเราจะแจ้งให้คุณทราบผ่านทางเว็บไซต์หรือช่องทางการสื่อสารของเรา
ประกาศฉบับนี้แก้ไขล่าสุดและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568



